|
เขียนโดย CM-Land.com
|
|
วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2011 เวลา 04:21 น. |
|
ที่ดินหลุดมือ 
"อย่าคิดว่าซื้อที่ดินแล้วสุจริตเสมอไป ความไม่สนใจตรวจดูอะไรให้รอบคอบว่าที่ดินที่จะซื้ออยู่ตรงไหน มีสิทธิอะไรของใครติดอยู่หรือไม่ คนที่อยู่อาศัยในที่ดินเป็นใคร เขาเช่าหรืออาศัยหรือหน้าด้านเข้ามาอยู่เฉยๆ พวกที่ซื้อไว้ก่อนขับไล่ทีหลังที่ดินก็มีหวังหลุดมือได้"
มีที่มีทางเอาไว้ต้องเอาใจใส่อย่าได้ปล่อยไว้ประดับบารมี แม้ที่ดินจะไม่หนีไปไหน แต่สิทธิอาจหายไปได้ หากปล่อยรกร้างว่างเปล่าไว้ไม่เหลียวแล กฎหมายที่ดินกำหนดเอาไว้ว่า อธิบดีที่ดินมีอำนาจสั่งจำหน่ายที่ดินแปลงนั้นได้หากทิ้งร้างไว้ถึง 10 ปี
บางทีเจ้าหน้าที่ไม่ทันได้รู้ได้ทราบ ที่ดินก็อาจถูกคาบไปอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นได้ หากไม่เอาใจใส่ ต่อให้ไปถางไปถมอย่างไร ถ้าหากเห็นมีคนมาใช้มาครอบครองที่ดินแล้วยังทำหน้าเมตตาไม่ว่ากระไร ไม่ได้อนุญาตแต่เปิดโอกาสแบบนี้ ถ้าเป็นเวลา เกิน 10 ปี เมื่อไร ที่ดินก็หลุดมือไปโดยอาศัยหลักครอบครองปรปักษ์ได้
แต่คนที่ทำแบบนี้ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทันที ต้องมีกระบวนการเสียก่อน ไม่เช่นนั้นมันก็แย่งการครอบครองเป็นเจ้าของกันมั่วได้ ต้องไปเปลี่ยนชื่อเป็นหลักฐานในเอกสารสิทธิ ที่เรียกว่า โฉนดที่ดิน เสียก่อน
แล้วใครที่ไหนเขาจะยอมให้เอาโฉนดที่ดินไปเปลี่ยนชื่อจากเจ้าของเป็นคนอื่น ได้ ถ้าไม่เสียสติ อย่าลืมว่าโฉนดที่ดินนั้นมี สองฉบับ คือ เก็บไว้เป็น ฉบับหลวง ที่สำนักงานที่ดิน กับเก็บไว้กับเจ้าของที่ดิน จะไปทำนิติกรรมหรือจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับที่ดินก็ต้องนำโฉนด ฉบับเจ้าของที่ดินไปดำเนินการด้วย
แบบนี้จึงต้องมีขั้นตอนทางศาลให้ร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งว่า ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการครอบครองปรปักษ์ ศาลท่านก็จะให้โอกาสเจ้าของที่ดินคัดค้าน การสืบพยานก็เกิดขึ้น เมื่อศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วก็ถือตามนั้น
มาถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องง้อ หากเจ้าของที่ไม่ให้โฉนดไปดำเนินการก็ใช้คำพิพากษาไปแสดงได้ และเจ้าของก็ต้องส่งมอบโฉนดที่ดินให้ไป เพราะเสียรู้ให้คนอื่นไป เพราะไม่ใส่ใจในสิทธิของตัวเอง
แต่กฎหมายก็คุ้มครองคนสุจริตไว้ หากซื้อที่หรือได้มาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนแล้ว ก็ต้องได้ที่ไปอย่างไม่ต้องสงสัย ใครผู้ใดจะมาอ้างการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เว้นแต่คนนั้นจะได้จดทะเบียนเปลี่ยนมือไปแล้ว คนที่จดทะเบียน จึงจะได้รับการคุ้มครอง
อย่าคิดว่าซื้อที่ดินแล้วสุจริตเสมอไป ต่อให้ไม่รู้เรื่องราวอะไรจริงๆ แต่ความที่ไม่สนใจตรวจดูอะไรให้รอบคอบว่าที่ดินที่จะซื้ออยู่ตรงไหน มีสิทธิอะไรของใครติดอยู่หรือไม่ คนที่อยู่อาศัยในที่ดินเป็นใคร เขาเช่าหรืออาศัยหรือหน้าด้านเข้ามาอยู่เฉยๆ
พวกที่ซื้อไว้ก่อนขับไล่ทีหลังที่ดินก็มีหวังหลุดมือได้ จะมาอ้างว่าเพิ่งซื้อที่ดินมาไม่ได้ เพราะสิทธิที่ได้จากการครอบครองปรปักษ์จำนวน 10 ปี ที่ว่าเขาไม่ได้ดูหน้าเจ้าของที่ดินสักหน่อย
ต่อให้เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนมือไปกี่สิบเจ้าก่อนที่จะเป็นเรา หากเขาปรปักษ์ของเขานับได้เกิน 10 ปี เมื่อไรก็เป็นอันเรียกร้องสิทธินี้ได้แล้ว10 ปีอาจมีลดลงเหลือเพียงครึ่งปี สำหรับที่ดินที่ไม่ใช่โฉนด เช่น ที่ดินที่เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทำให้สิทธิครอบครองถูกแย่งไปได้เมื่อพ้นเวลาไปเพียง 1 ปี
อยากได้ความมั่นใจก็ต้องไปซื้อจากการขายทอดตลาด แบบนี้เรียกว่ามีความคุ้มครองให้อุ่นใจ เพราะต่อให้พิสูจน์ว่าครอบครองปรปักษ์ตามข้อกำหนดของกฎหมายแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างสิทธิของเจ้าของที่ดินคนใหม่ที่ซื้อจากการขายทอดตลาดตามคำ สั่งศาลได้รู้อย่างนี้ก่อนซื้อหาที่มาสักแปลงก็ต้องให้แน่ใจ อย่าปล่อยให้ที่ดินหลุดมือได้เพียงเพราะไม่ใช่ความระมัดระวังตามควร
|